คำแนะนำ ความหมาย
Buy (ซื้อ) คาดว่าราคาหลักทรัพย์จะปรับตัวดีกว่าตลาดรวมและผลการดำเนินงานในช่วง 12 เดือนข้างหน้าสูงกว่ากลุ่มธุรกิจและตลาดรวม
Buy On Weakness (ซื้อเมื่ออ่อนตัว) คาดว่าราคาหลักทรัพย์จะปรับตัวเท่ากับหรือต่ำกว่าตลาดรวมและผลการดำเนินงานในช่วง 12 เดือนข้างหน้าสูงกว่ากลุ่มธุรกิจและตลาดรวม
Sell (ขาย) คาดว่าราคาหลักทรัพย์จะปรับตัวต่ำกว่าตลาดรวมและผลการดำเนินงานในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ากลุ่มธุรกิจและตลาดรวม
Hold (ถือ) คาดว่าราคาหลักทรัพย์จะปรับตัวเท่ากับตลาดรวมและผลการดำเนินงานในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะอยู่ในระดับเดียวกับกลุ่มธุรกิจและตลาดรวม
Fully Valued      (เต็มมูลค่า) คาดว่าราคาหลักทรัพย์จะปรับตัวเท่ากับหรือต่ำกว่าตลาดรวมและผลการดำเนินงานในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะอยู่ในระดับเดียวกันหรือต่ำกว่ากลุ่มธุรกิจและตลาดรวม
Speculative Buy (ซื้อเก็งกำไร) คาดว่าราคาหลักทรัพย์จะเคลื่อนไหวผันผวนจากประเด็นต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทในอนาคต ซึ่งนักลงทุนจะต้องลงทุนอย่างระมัดระวัง

** รวบรวมจากบทวิเคราะ์ห์ของ Kimeng

English ไทย ความหมาย
Buy ซื้อ แนะนำให้ซื้อ
Strong Buy ซื้อทันที ซื้อทันทีไม่ต้องรอช้า เพราะหากรอราคาอาจจะขึ้นไปเกินเป้า แล้วอาจจะหมดโอกาสซื้อ
Accumulate ทยอยสะสม ทยอยซื้อ หรือ ซื้อสะสม – หากราคาลดลงมาก็น่าจะซื้อมากขึ้น ไม่ต้องรีบร้อนมาก
Long-term buy ซื้อลงทุน แนะนำให้ซื้อไว้ในพอร์ตที่ลงทุนระยะยาว เพราะปัจจัยพื้นฐานดี และหวังว่าราคาในอนาคตจะค่อยๆ สะท้อนมูลค่า
Buy on weakness ซื้อเมื่ออ่อนตัว ราคา ณ ปัจจุบันสูงไปสักหน่อย หากจะลงทุนควรจะซื้อ เมื่อราคาปรับตัวลงมาจากระดับราคาปัจจุบัน
Trading buy ซื้อเพื่อรอขาย ซื้อเพื่อเก็งกำไร ความหมายของผู้จัดการกองทุนใช้ก็คือ หุ้นนี้มีปัจจัยพื้นฐานดี แต่คาดว่าราคาอาจจะปรับตัวขึ้นค่อนข้างรวดเร็วจนอาจถึงราคาเป้าหมายในไม่ช้า จึงต้องจับตามอง และอาจกลับเข้ามาซื้อใหม่ เมื่อราคาปรับลดลงมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งต่างกับคำว่า “เก็งกำไร” ซึ่งหุ้นอาจมีราคาเพิ่มขึ้นเพราะข่าวลือ หรือตามกระแสโดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานมารองรับ
Avoid หลีกเลี่ยง ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นที่มีราคาสูงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานมากแล้ว หรือมีความเสี่ยงเฉพาะเกิดขึ้น เช่น กำลังอยู่ระหว่างการถูกสั่งให้แก้ไขงบการเงิน หรือมีการซื้อเก็งกำไรมาก จนราคาไม่ปกติ ซึ่งหุ้นในกลุ่ม “ซื้อเพื่อเก็งกำไร” พอมาอยู่ในพจนานุกรมของผู้จัดการกองทุนเรามักจะ “หลีกเลี่ยง” ค่ะ
Hold ถือ จะใช้กับกรณีที่ผู้ลงทุนมีหุ้นนั้นอยู่ในพอร์ตอยู่แล้ว แต่ราคาอาจจะยังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานมากนัก ขายไปก็จะเสียโอกาสเพราะยังมีโอกาสขึ้นอีก แต่ก็ไม่แนะนำให้ซื้อเพิ่ม เพราะราคาใกล้จะถึงจุดที่เหมาะสมแล้ว อย่างนี้ถือรอขายทำกำไรค่ะ
Sell ขาย อาจเกิดจากปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยน หรือกรณีราคาขึ้นมาถึงเป้าหมายแล้วก็อาจแนะนำให้ “ขายทำกำไร” หรือ “take profit”
OverWeight มากกว่าน้ำหนักตลาด ปัจจัยพื้นฐานดี น่าจะมีโอกาสมีราคาขึ้นมากกว่าหุ้นโดยเฉลี่ย
Neutral เป็นกลาง มีโอกาสขึ้นเท่ากับตลาดโดยรวม หรือหากอยากให้ถือก็จะแนะนำว่า “เป็นกลาง”
Fully Valued เต็มมูลค่า หากหุ้นนั้นมีราคาสูงเกินไปแล้ว อยากให้ขาย ก็จะแนะนำว่า “เต็มมูลค่า”
Under Calued ราคาต่ำกว่ามูลค่า อยากแนะนำให้ซื้อ ก็จะบอกว่า “ราคาต่ำกว่ามูลค่า”
Advertisement